วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

K-POP นั้น น่าดู น่าฟัง....ขนาดนั้นอ่ะ!!? II

อัพบล๊อคตามใจฉันอีกแล้ว 5555 มาต่อพาสสองค่ะจากพาสแรกเวิ่นเวอกับทงบังชินกิจนทำให้ไม่กล้าส่งงานการทำบล๊อคกับอาจารย์ เดี๋ยวโดนมองว่าอินี่บ้าดาราเกาหลี 555 ไม่แคร์แล้วค่ะ ณ จุดๆนี้ = =" เอาละๆๆๆๆ วันศิลปินที่คนเขียนจะลงในวันนี้ก็คือออ..............


เดอะ วอนเดอร์เกริลลลล (Wonder Girlsปี2012)
สมาชิกเรียงจากซ้ายไปขวา เยอึน เฮลิม ซอนเย ยูบิน โซฮี 

วอนเดอร์เกริลเดบิวเมื่อปี2007ภายใต้สังกัด JYP Entertainment (ต้นสังกัดของเรน) สีประจำวงคือสีม่วงมุก มีชื่อแฟนคลับชื่อว่า วอนเดอร์ฟูล และเพลงที่เปิดตัวคือ.


เพลง Ironyyyy เพลงนี้มีพี่คุณด้วยนะเออ (กล้องจับประมาณสองวิ) 

ภาพปกซิงเกิ้ลแรก


และเมื่อถึงช่วงที่จะปล่อยอัลบั้มชุดแรก หนึ่งในสมาชิกก็ต้องได้ออกจากวงไปซึ่งก็คือ..
ฮยอนอา




และปัจจุบันเธอคือ...
นังหนูฮยอนอา เดบิวใหม่ในวงที่ชื่อว่าโฟมินิท (หน้าตาและลีลาเธอเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลัง.....เลยละค่ะ = =') และนางยัง.....


เป็นอีหนูที่เต้นในเพลงกังนัมสไตล์ของเฮียไซด้วย (เซ็กซี่มากกก)


และวอนเดอร์เกริลก็ได้สมาชิกเข้ามาเสริมทัพใหม่ก็คือ.....
ยูบินยอง แร๊พเปอร์ผิมเข้มเสียงใหญ่ เป็นอะไรที่ลงตัวกับเพลงไตเติ้ลในอัลบั้มเต็มชุดแรกของวอนเดอร์เกริลมาก และเพลงนั้นคือ...


เพลงTell me เทลมี เทลมี แทด แท แดด แทด เทลมี เพลงนี้ปลุกกระแสเกริลกรุ๊ปของเกาหลีอย่างมากก ท่ามกลางบอยแบนด์(หนึ่งในนั้นคือทงบังชินกิที่รักของคนเขียน) ด้วยท่าเต้นที่แปลก และเพลงที่เป็นสไตล์ย้อนยุค ทำให้วอนเดอร์เกริลเป็นเกริลกรุ๊ปที่ดังที่สุดในตอนนั้นเลยค่ะ งานปลายปีก็กวาดรางวัลนักร้องกลุ่มหญิงหน้าใหม่ทุกงาน เรียบร้อยโรงเรียนเจวายพี อิอิ

ภาพปกอัลบั้มเต็มชุดที่หนึ่ง

และต้นปี2008 วอนเดอร์เกริลก็ได้ปล่อยซิงเกิ้ลตัวที่สามซึ่งก็คือเพลง....


เพลง So Hot เอม โซ ฮอต!! นา นอมูเย ปอโย!! เพลงนี้วอนเดอร์เกริลปรับลุคครั้งใหญ่เลยค่ะ ทั้งตัดผมสั้น คอสตูมลายเสือดาว เพลงก็เป็นแนวๆฉันเริศ ฉันสวย จัดเต็มค่ะ เพลงนี้ก็ฮิตติดลมบนอีกเช่นเคย

ภาพปกซิงเกิ้ลโซฮอต

และกลางปี2008 วอนเดอร์เกริลก็กลับมาอีกครั้ง และในการกลับมาครั้งนี้ก็สร้างความยิ่งใหญ่ไปทั้วทั้งเอเชีย ด้วยเพลง......



เพลง Nobody!! ไอ วอน โน บอ ดี้ นอ บอ ดี้ บัท ยู!!! แปะๆๆ!! เพลงนี้ก็เป็นสไตล์ในยุค80อีกเช่นเคย ด้วยเนื้อเพลงที่ติดหูและท่าเต้นชูนิ้วชี้ไปข้างหน้าทั้งสองมือ(มียกขาขึ้นหนึ่งข้าง) ทำให้เพลงนี้เป็นเพลงประจำชาติเกาหลีที่ทุกคนทั่วโลกต่างรู้จักและร้องเพลงนี้ได้ ทำให้วอนเดอร์เกริลมีคอนเสริตครั้งแรกเป็นของตัวเองในปีนั้น(มาจัดที่ไทยที่แรกด้วยนะเออ)เป็นเกริลกรุ๊ปวงแรกในรอบสิบปีที่มีคอนเสริตใหญ่ ณ เวลานั้นพวกนางทั้งห้าฮอตจริงๆค่ะ ดังระเบิดระเบ้อ และเป็นเกริลกรุ๊ปวงเดียวที่อาจหาญชาญชัยปล่อยเพลงออกมาสู้กับกลุ่มบอยแบนด์ที่กำลังดังเป็นพลุแตกในขณะนั้น (นั้นก็คือทงบังชินกิ บิ๊กแบง และเรน)และไม่แป๊ก แต่ดังโคตะระ เหอๆ คนเขียนไม่ได้พูดเกินจริงนะ เพลงนี้แม่คนเขียนก็รู้จักอ่ะ เริศจริงอะไรจริง(จุดนี้คนเขียนปลื้มมากก เป็นเกริลกรุ๊ปวงเดียวที่คนเขียนชอบ ท่ามกลางบอยแบนด์เป็นสิบๆวงในใจ) ปลายปีก็กวาดรางวัลเพลงไปเยอะแยะมากมาย สูสีกับทงบังชินกิและบิ๊กแบงเลยละค่ะ

ภาพเปิดตัวซิงเกิ้ล Nobody

ภาพเมื่อครั้งวอนเดอร์เกริลมาแสดงคอนเสริตที่ไทย(มาอีกทีเถ้อออออ)


ต่อมาวอนเดอร์เกริลก็ได้มีโอกาสชิมลางวงการเพลงที่อเมริกาโดยเป็นวงเปิดให้กับโจนาสบราเธอร์


และยังได้มีโอกาสไปชิมลางต่อการเปิดตลาดใหม่ในอเมริกา ในช่วงปี2009วอนเดอร์เกริลจึงใช้เวลาที่อเมริกาเป็นส่วนใหญ่ งานเพลงในเกาหลีจึงเงียบเหงาลงไปมากก(หายไปนานจริงๆจนแฟนคลับบางคนทิ้งวอนเดอร์เกริลไปเป็นแฟนคลับวงอื่น ช้ำใจอ่ะ = =*)




แต่พวกนางไปอยู่ที่นู่นก็ลั้นลากันดีนะ ได้ประสบการณ์ใหม่กลับมา และยังได้สำเนียงภาษาอังกฤษเริศๆกลับมาอีก (ปล่อยให้แฟนคลับนั่งเหี่ยวแห้งรอผลงานต่อไป...)


และๆๆๆเมื่อต้นปี2010 พรถศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก นังหนูซอนมี ยัยติ๋มสี่มิติ ก็ได้ออกมาประกาศเรื่องการพักงานไปเรียนต่อ ซึ่งตอนนั้นมีข่าวลือต่างๆนาๆที่ตัดพ้อยัยติ๋มว่าทำไมถึงทึ้งแฟนคลับไปทำไมสมาชิกคนอื่นไม่ห้ามไว้ แต่ท้ายสุดแล้วแฟนคลับก็ยอมเข้าใจถึงความต้องการของเธอ และยังเข้าใจสมาชิกคนอื่นๆที่ยอมรับการตัดสินใจของยัยสี่มิติด้วย(คนเขียนเสียดายเธอมากค่ะ เธอเป็นคนที่น่ารัก น่ารักทั้งหน้าตา และนิสัย แถมยังร้องเพลงเก่งสร้างเสียงหัวเราะให้กับทุกคน เฮ่อออ ใจหายเลยอ่ะ TT)

และอาจจะเป็นเพราะว่าเธอไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองทำให้เธอรู้สึกเหงาและท้อ ถึงขนาดที่วันที่วอนเดอร์เกริลกลับมาเกาหลีแล้วมาเเถลงข่าว เธอพูดพร้อมน้ำตาว่าตอนที่อยู่อเมริกาเธอร้องไห้ทุกคืน และต่อมาก็ได้ข่าวการหยุดพักการเป็นสมาชิกของวอนเดอร์เกริล(ซอนมีอา อย่าร้องไห้ T^T) แต่ยังไงวอนเดอร์ฟูลทุกคนก็ยังคิดว่าเธอเป็นสมาชิกของวอนเดอร์เกริลอยู่...ตลอดไป

ยัยซอนมีสี่มิติ

ยัยกวางดาวผู้สดใสร่าเริง

เธอจะอยู่ในใจของวอนเดอร์ฟูลเสมอ....

และตลอดไป.....

ภาพยัยติ๋มตอนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ หน้าตาแจ่มใสดูมีน้ำมีนวลเชียว เห็นเธอมีความสุขเราก็มีความสุขนะ รีบๆกลับมาด้วยล่ะ 

และปีเดียวกันนั้นวอนเดอร์เกริลก็ได้สมาชิกใหม่เข้ามาเสริมทัพแทนซอนมีคือ.....

นังหนูหน้าตาจิ้มลิ้มนางนี้ชื่อว่า วู เฮลิม เธอเป็นคนเกาหลีที่โตอยู่ที่ฮ่องกง ลิมมี่จึงพูดได้ถึงสี่ภาษา ภาษาจีนกลาง เกาหลี อังกฤษ และภาษาไรอีกนี่ละคนเขียนลืม= =" และวอนเดอร์เกริลก็ได้มีซิงเกิ้ลเปิดตัวสมาชิกใหม่ ซิงเกิ้ลนั้นคือเพลง....


เพลง 2 Different tears  เกบ มี ทู ดิพเฟนเทียร์ ทู๊ ทู๊!!! ลุคนี้คนเขียนชอบมากกก มาแปลกแหวกแนว สักตรงแขนตรงขา (ความจริงมันคือแทททู) เอ็มวีเป็นแนวต่างดาวและท่าเต้นก็ยังคงคอนเซ็ปบ่งบอกถึงความเป็นวอนเดอร์เกริลได้อย่างดีเลยละค่ะ

ภาพซิงเกิ้ล 2 Different tears

และเมื่อปลายปี2011 วอนเดอร์เกริลก็ได้ฤกษ์กลับมาทวงบัลลังค์เกริลกรุ๊ปคืน ด้วยการปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่สอง มีเพลงไตเติ้ลชื่อว่า...


เพลง Be my baby พลีสส บี มาย เบ้ เบ พลีส มี มาย เบ้ เบ กลับมาด้วยลุคที่ดูอินเตอร์มากขึ้น เอ็มวีแอบขัดใจคนเขียนเล็กน้อยแต่เพลงเพราะ เรียกว่าเพราะทั้งอัลบั้มก็เลยให้ผ่านไป 555 ถือว่าการกลับมาครั้งนี้กระแสตอบรับดีพอสมควรค่ะ ทั้งจากนักวิจารณ์และจากแฟนคลับทั้งของตัวเองและของวงอื่นๆ(วอนเดอร์ฟูลคนนี้เป็นปลื้มมม ><) 

ภาพปกอัลบั้มเต็มชุดที่สอง อัลบั้มนี้ตัวเองลงทุนสั่งซื้อจากเกาหลีเป็นอัลบั้มแรก เพราะรู้สึกว่ามันคุ้มมากๆค่ะ เพลงเพราะทุกเพลงและเป็นการกลับมาครั้งนานๆทีของวอนเดอร์เกริลอีกด้วย ไม่ซื้อเก็บไว้นี่ถือว่าพลาดอย่างแรง 555

ต่อมา ตามกันมาติดๆ ปี2012วอนเดอร์เกริลได้มีละครเป็นของตัวเองซึ่งฉายที่ช่องเคเบิ้ลของอเมริกา และได้ปล่อยซิงเกิ้ลภาษาอังกฤษซิงเกิ้ลแรกชื่อว่า.....


เพลง The dj is mine ฮี อิส มาย!!! คอสตูม...เกือบเป๊ะ ทรงผม เป๊ะ สำเนียง เป๊ะ เพลงเพราะเว่อร์ ท่าเต้นเริศสุดๆ (โดยเฉพาะยูบินยงเซ็กซี่มากกก><)


ภาพปกอัลบั้มซิงเกิ้ลภาษาอังกฤษซิงเกิ้ลแรก

และปล่อยซิงเกิ้ลภาษาเกาหลีใหม่อีกหนึ่งเพลงคือเพลง.....


เพลง Like this ไลค์ ดิส โย่ว ไลค์ ดิส!! เพลงใหม่เพลงนี้เปลี่ยนแนวจากเพลงก่อนหน้านี้มากเลยค่ะ ด้วยสไตล์เพลงฮิพฮอพ เสื้อผ้าก็ออกแนวสีสัน(ต่างจากบีมายเบบี้ที่เน้นขาวดำ) เอ็มวีก็เป็นแนวแฟลชม๊อป ท่าเต้นขาปูอีก แดนซ์กันมันส์เลยค่ะ เริศมากซิงเกิ้ลนี้ แถมเพลงอีกสี่เพลงในอัลบั้มก็เพราะทุกเพลง อย่างนี้จะไม่ให้เรียกว่าคุณภาพยังไงไหวค่ะ ถามจริง?(อวยโคตรๆ)

ภาพปกซิงเกิ้ล คนเขียนก็ไปสอยมาเรียบร้อย เมดอินโคเรียด้วยค่ะ อิอิ

จากความสำเร็จและความพยายามต่อสู้กับความยากลำบาทเมื่อครั้งที่อยู่อเมริกา วอนเดอร์เกริลก็พร้อมเปิดตัวซิงเกิ้ลที่จะบุกตลาดอเมริกาแถมยังได้นักร้องคุณภาพของอเมริกามาฟิทเจอร์ริ่งด้วยนั่นคือเพลง....


 เพลง Like money เลิฟ มี ไลค์ มันนี่ เลิฟ มี ไลค์ คาร์ เลิฟ มี เบ เลิฟ มี เบ เว เอ เวอร์ ยูว อาร์ เพลงนี้เริศมากได้นักร้องดังระดับโลกอย่างAkonมาฟีทด้วย สำเนียงเป๊ะ ดูอินเตอร์มากขึ้น โดยเฉพาะชุดแนบเนื้อนี่สุดยอดเค่อะ เหอๆ ทำให้เห้นถึงความพัฒนาของสาวๆทั้งห้านี้จริงๆทั้งสำเนียงในการร้องการพูดภาษาอังกฤษ ประสบการณ์ต่างๆที่ทำให้ทั้งห้าสาวได้ดตขึ้น ภูมิใจกับเกริลกรุ๊ปตัวแม่กลุ่มนี้จริงๆ


ตอนนี้วอนเดอร์เกริลกำลังทุ่มเทให้การโปรโมทตัวเองในอเมริกาและได้เดินสายโปรโมทเพลงตามรายการวิทยุต่างๆ วอนเดอร์ฟูลคนนี้ก้ขอเป็นกำลังใจให้วอนเดอร์เกริลประสบผลสำเร็จอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ ส่วนแฟนคลับทุกคนยินดีกับทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่วอนเดอร์เกริลได้ตัดสินใจทำและไม่เคยทำให้วอนเดอร์ฟูลผิดหวังเสมอ ซารางแฮวอนเดอร์เกริลซือ ^^



ปิดท้ายๆ เพลงใหม่ของวอนเดอร์เกริลที่ร้องในมินิคอนเสริตไอฮาร์ทเรดิโอ คนเขียนชอบเพลงนี้มากกก ฟังเป้นร้อยๆรอบในแต่ละวัน 555 เป็นเพลงภาษาอังกฤษที่วอนเดอร์เกริลร้องแล้วทำให้รู้สึกว่า นี่ละการโกอินเตอร์ของแท้!!!





Wonder Girls You are the one..............

























วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

Who i am inside....





                                     

เมื่อวันก่อนมีโอกาสได้ดูการ์ตูนมู่หลานสามภาครวด เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง 555
มู่หลานเป็นหนึ่งในสี่เรื่องของวอลดิสนี่ย์ในแนวเจ้าหญิงที่คนเขียนชอบ ชอบที่เธอดูเข้มแข็ง ร่าเริง กล้าหาญ แบบไม่ค่อยชอบเจ้าหญิงที่แบบหวานๆเท่าไหร่ มันดูไม่มีอะไรให้ดูอ่ะ = =" ยิ่งพูดยิ่งงง 555 เอาเป็นว่าชอบการ์ตูนเรื่องนี้มากค่ะ เพลงประกอบก็เพราะ วันนี้เลยว่าจะลงเพลง อิอิ เอาละไปฟังกันเต๊อะ


อันนี้เป็นเพลงReflectionเวอร์ชั่นในการ์ตูนภาคแรก ส่วนเวอร์ชั่นเต็ม คริสตน่า อากีเลล่าเป็นคนร้องค่ะ




มีเวอร์ชั่นไทยด้วยนาา ของไทยก็เพราะค่ะ ชอบดิสนี่ยตรงที่เขาจะดูโปรไฟล์คนที่จะมาพากย์การ์ตูนของเขาที่เป็นภาษาต่างๆด้วย เพื่อความเหมาะสมและอย่างที่รู้ๆกันว่าการ์ตูนดิสนี่ย์ชอบให้นางเอกร้องเพลง เสียงร้องเพลงเวอร์ชั่นไทยก็เลยเพราะไม่แพ้เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษเลยค่ะ









จะมีไหมวันใดเห็นเงา.....เป็นเช่นเราที่แท้
Who i am.....inside









K-POP นั้น น่าดู น่าฟัง....ขนาดนั้นอ่ะ!!? I

             วันนี้ขอทำโปรไฟล์เกี่ยวกับนักร้องเกาหลีที่ชื่นชอบแล้วกันนะค่ะ(ซึ่งไม่มีส่วนไหนเกี่ยวกับชื่อโพสเลย = =") จุดประสงค์ที่ทำก็ไม่มีไรมากมายก็แค่คิดถึง และคิดถึง ความทรงจำต่างๆที่กว่าศิลปินที่เราชอบจะมาถึงจุดๆนี้ได้เขามีผลงานอะไรมาบ้าง การรวบรวมก็คงรวบรวมแบบงูๆปลาๆเอาอ่ะนะ จำอันไหนได้ก็คงจะเอามาลง 5555555  และศิลปินที่ว่านั่นก็คือออออ........ แท่น แทน แท๊นนนนนนนนน..........


ทงบังชินกิ อิ อิ อิ อิ (มีแอคโค่)....
สมาชิกเรียงจากซ้ายไปขวา จุนซู ยูชอน แจจุง ชางมิน และยุนโฮ

พวกเขาทั้งห้าหน่อได้เดบิวเมื่อปี2003ในโชว์เคสของรุ่นพี่ในค่ายอย่างโบอา และจำหน่ายซิงเกิ้ลแรกเมื่อปี2004 ภายใต้บริษัท SM Entertainment โดยใช่ชื่อว่า TVXQ หรือ ทงบังชินกิ ที่แปลว่าเทพเจ้าแห่งโลกตะวันออก สีประจำวงคือสีแดง มีชื่อแฟนคลับว่าแคสซิโอเปีย(คนเขียนชอบเกาหลีก็ตรงนี้แหล่ะ มีชื่อแฟนคงแฟนคลับ มีสีประจำวง ง่ายต่อการซัพพอร์ต อิอิ) และเพลงแรกที่เปิดตัวก็คือออ......เพลง


เพลงHugค่ะ  น่าละอ่อนกันทุกคนน ตอนนั้นคนเขียนเพิ่งอยู่ม.1เอง = = ซิงเกิ้ลนี้ยอดขายถล่มทลายค่ะ กระแสK-POPในเกาหลีก็กลับมาเปรี้ยงปร้างขึ้น โอปป้าๆกันทั้งเมือง

ต่อมาก็ได้ซิงเกิ้ลที่สองนั่นก็คือเพลงงง
The way you are ค่าา ก็จะโตๆขึ้นมาหน่อย มีซิ่งรถแทนการดีดนิ้วประสานเสียงเหมือนเพลงข้างบน 555

ต่อมานะค่ะต่อมา(ขี้เกียจบรรยายเสียเวลาลงคลิปเลยแล้วกัน) ก็ได้ปล่อยอัลบั้มเต็มซึ่งเพลงโปรโมทก็คือ......
 เพลง Tri-Angel นั่นเองค่ะ ได้รุ่นพี่ในค่ายอย่างโบอาและเดอะ แทร๊คมาร่วมฟิทเจอร์ริ่งในเพลงนี้ด้วย แล้วหัวแต่ละคนแบบ..น่าจะหมดเจลกันคนละสามกระปุกอ่ะ ลุคแบบพังค์ร๊อคอ่ะค่ะ 555คนเขียนรับบ่ได้ทำร้ายทงบังมากโดยเฉพาะชางมิน = =" (อิฉันจะโดนแฟนคลับชางมินตบมั้ย?)
 
พอปี2005 ก็ได้เปิดตัวอัลบั้มชุดที่สองและเพลงไตเติ้ลอัลบั้มที่สองนั่นก็คือออ.....
เพลง Rising sun ค่า เป็นเพลงที่คนเขียนชอบมากกกก อัลบั้มนี้จำได้ว่าไปแย่งกันซื้ออยู่ที่ร้านเพราะมันเหลืออยู่อันเดียว 55555 เพลงนี้ตอกย้ำความสำเร็จของทงบังชินกิมากยิ่งขึ้นด้วยการมีคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของวง และในปีนั้นทงบังชินกิก็กวาดรางวัลเพลงมามากมายก่ายกอง ณ เวลานั้นเป็นเวลาที่ทงบังชินกิยิ่งใหญ่จริงๆ

และในปีนั้นเองทงบังชินกิก็ได้มีโอกาสไปเดบิวที่ประเทศญี่ปุ่นโดยซิงเกิ้ลแรกมีชื่อเพลงว่า......
เพลง Somebody to love ตอนนั้นเกาหลียังไม่เป็นที่นิยมมากในญี่ปุ่น แต่เมื่อทงบังชินกิไปกลับกวาดแฟนๆชาวญี่ปุ่นกลับไปให้เป็นความภาคภูมิใจของวงการเพลงเกาหลีได้ (เยี่ยมยอดที่รัก ตบมือๆๆ)

ในปี2007ทงบังก็ได้ออกอัลบั้มชุดที่สาม เพลงไตเติ้ลก็คือเพลง......
O June Ban Hap และคนเขียนก็ได้อัลบั้มนี้มาครอบครองแล้วด้วย อิอิ สไตล์การแต่งตัวรวมถึงสไตล์เพลงก็เป็นแนวใหม่ ดูโตขึ้น มีฉากที่มาถ่ายที่ไทยด้วยนะเออ (สนามหลวงกับบนสะพานลอยรถไฟฟ้า) เพลงนี้ก็ดังเปรี้ยงไปเรียบร้อยโรงเรียนทงบังตามอัลบั้มอื่นๆค่ะ หุหุ

และปี2008 ก็ได้ปล่อยอัลบั้มชุดที่4ออกมา เพลงไตเติ้ลก็คือเพลง...
เพลง Mirotic เพลงนี้แซบเว่อร์ค่ะ กล้ามเป็นมัดๆกันทุกคน ท่าเต้นก็แบบ ท่าเต้นตามอาจตายได้(ขาดใจตายก่อนเต้นจบ) และอัลบั้มนี้ก็กวาดรางวัลอัลบั้มยอดเยี่ยมแห่งปีไปครอบครองง (ภูมิใจจัง)

และปี2009ความซวยก็ได้มาเยือนทงบังชินกิและเหล่าแฟนคลับแคสซิโอเปีย เมื่อสามในห้าได้ฟ้องร้องต้นสังกัดเรื่องสัญญาในค่ายที่มีเวลานานเกินไป ทำให้ทงบังชินกิที่อยู่กับต้นสังกัดเหลือสมาชิกแค่สองคน เฮ่อออออออ เป็นเวรเป็นกรรมของแฟนคลับมาก แล้วค่ายเพลงต้นสังกัดก็นรกจริงๆ ทงบังชินกิเลยโดนแบ่งเป้นกลุ่มย่อย โดนสามคนที่ออกไปนั้นตั้งชื่อวงใหม่ว่า....

JYJ สมาชิกชื่อ จุนซู แจจุง ยูชอน อยู่ภายใต้สังกัดใหม่

และอีกสองคนที่เหลือในปี2011ก็ได้ออกซิงเกิ้ลใหม่และเปิดตัวเพียงสองคนคือเพลง

Keep your head down และสมาชิกที่เหลือคือ..

             ชางมินและยุนโฮ น้องเล็กกับพี่ใหญ่ และปัจจุบันก็ยังคงทำกิจกรรมทั้งในประเทศเกาหลี ญี่ปุ่นและเอเชีย สองหน่อนี้ก็เพิ่งมาเมืองไทยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้เองค่ะ มาในคอนร่วมMBCมีศิลปินเข้าร่วมยิ่สิบกว่าวง (คนเขียนไปดูแล้วน้ำตาจะไหล ร้องเพลงที่เคยร้องกันห้าคนฟังแล้วเจ็บปวดใจอย่างบอกไม่ถูก T^T)

พูดเรื่องการแยกวงแล้วคนเขียนน้ำตาจะไหลเพราะฉะนั้นคนเขียนจะข้ามหัวข้อนี้ไป(ซะงั้น) ขอลงภาพและจดจำภาพที่สวยงามที่ผ่านๆมาของทงบังชินกิและแฟนคลับแคสซิโอเปียที่ทำทุกๆอย่างเพื่อคนที่พวกเขารักดีกว่าค่ะ (แล้วตอนท้ายคนเขียนจะลงรูปสมาชิกคนที่คนเขียนชอบ คิคิ )

ลูกโป่งที่เป็นสีประจำวงและชื่อวงเป็นภาษาจีนและภาษาอังกฤษ



แท่งไฟสีแดงในคอนเสิร์ตสีประจำวงของทงบังชินกิที่ส่องสว่างเต็มอัฒจันทร์


คนทั้งห้าที่ฝึกฝน ฟันฟ่าอุปสรรคมาด้วยกันกับความฝันในการเป็นศิลปินและรักกันมาก ถ้าขาดใครคนหนึ่งไปมันก็ไม่ใช่คนกลุ่ม ไม่ใช่ทงบังชินกิ จริงไหม?

และคนกลุ่มนี้ก็รักแฟนคลับมากๆ ไม่อยากให้เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้แฟนคลับต้องแตกแยกกัน เขาบอกให้แฟนคลับเชื่อในตัวเขาทั้งห้าคน แฟนคลับก็ต้องหนักแน่น จริงไหม?




และสุดท้าย

ชอง ยุนโฮ ผู้ที่เป็นหัวหน้าวง เป็นหลักให้แก่วงยามเมื่อเพื่อนๆเจอปัญหา (และเป็นขวัญใจของคนเขียน)


ไม่ว่าจะหันซ้าย

หรือหันขวา

จะแลบลิ้น


หรือจะถอดเสื้อ เอ๊ะ!อันนี้เกี่ยวไหมหว่า = ="

เขาก็หล่อในทุกๆมุม (อีนี่มันเป็นไรของมัน) เอร๊ยยย ไม่ใช่ดิ เขาก็เป็นคนที่ใส่ใจทุกๆคนทั้งเพื่อนๆและเเฟนคลับ ถึงแม้ตัวเองจะโดนแอนตี้แฟนหลอกให้กินน้ำส้มผสมกาวจนตัวเองเกือบไม่รอด(อยากฆ่านังนั้นจริงๆ) เขาก็ยังไม่เอาผิดกับแอนตี้แฟนคนนั้น(เมนฉันเป็นเทพบุตรทั้งหน้าตาและจิตใจจริงๆค่ะ TT) ยามเพื่อนในวงมีปัญหาเขาก็เป็นคนที่ใส่ใจเพื่อนที่สุด อยากจะบอกชองยุนโฮว่า พักผ่อนซะบ้างนะ รู้ว่าสิ่งที่พี่กำลังเผชิญนั้นมันหนัก ไม่อยากให้พี่ทุกข์ใจเลย สักวันปัญหาทุกอย่างก็จะคลี่คลายเอง แคสซิโอเปียที่ยังเชื่อในตัวพี่ๆทั้งหาคนยังอยู่ตรงนี้ที่เดิมเสมอนะ ซารางแฮ!! T^T





เปาลิม. สิ่งที่เขียนมาทั้งหมดนั้นล้วนมาจากใจ อาจไม่มีเหตุผล แต่ฉันรู้ว่ามันใช่ เอร๊ยย บ้าละ นั่นมันเนื้อเพลง = =*  ก็นะสิ่งที่เขียนก็มาจากใจแฟนคลับคนหนึ่ง ใครว่ามันไร้สาระก็ปิดๆไปเถอะค่ะ ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองมีสาระเท่าไหร่อ่ะนะ ส่วนใครอ่านแล้วอยากอ้วก ว่าอินี่เว่อร์ก็..........*ยื่นประโถนไปให้ อ้วกแล้วก็ปิดค่ะ ขอบคุณ แหะๆ

เปาลิม2. จะมีพาสสองตามมาอีกในเร็วๆนี้ ส่วนวงไหนนั้นขอคิดก่อนละกันค่ะ แหะๆ เอาแบบพวกที่เพิ่งเดบิวดีกว่า เดบิวนานแล้วอย่างทงบังเนี่ยเหนื่อยอ่ะหลายอัลบั้มเกิน ไม่ได้ระบุก็อีกตั้งเยอะ 55 ติดตามกันน่าาาา (ใครจะมาติดตามเธอไม่ทราบ = =?) 





บายยยยยยยยยยยยยยยยยยย

















วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ฉันรู้สึกสวยแต่...ไม่สวยเลย - I Feel Pretty / Unpretty

        Glee - I Feel Pretty / Unpretty  ภูมิใจนำเสนอเพลงนี้มากเพราะชอบเพลงนี้มาก(จบม่ะ 55555) เพลงนี้เป็นเพลงจากซีรี่ย์สุดฮอตจากอเมริกาเรื่องGlee ร้องโดน ควินน์&เรเชล เพลงนี้เป็นเพลงที่เรียกว่า mash up คือการเอาเพลง2เพลงขึ้นไปมาผสมกัน ประมาณว่าเอาคำร้องของเพลง2เพลงขึ้นไปมาผสมกันจนเป็นเพลงเดียวอ่ะค่ะ โดยเพลงนี้มีเพลง I feel pretty เป็นเพลงจากละครบรอดเวย์ West side story อีกเพลงหนึ่งคือ Unpretty เป็นเพลงของ TLC ปี 1999 ค่ะ
         เพลงนี้ความหมายดีมากค่ะ ทำให้ผู้หญิงอย่างเราๆได้ลองมองย้อนดูตัวเองว่าคุณค่าของเรานั้นอยู่ที่ตรงไหน ที่หน้าตาที่สามารถตกแต่งกันได้หรือที่ภายในจิตใจ บางคนก็ชอบว่าตัวเองไม่สวย มักเก็บคำพูดของคนอื่นมาคิดมากทั้งๆที่ตัวเองยังไม่เคยมองเข้าไปภายในจิตใจของตัวเองเลย...........


สองสาว ควินน์&เรเชล >w< (ชื่อจริง ลีอา&ไดแอนนา)





I wish I could tie you up in my shoes
Make you feel unpretty too
I was told I was beautiful
But what does that mean to you
Look into the mirror who's inside there
The one with the long hair
Same old me again today
ฉันหวังให้เธอลองมาเป็นฉันดู
ทำให้เธอรู้สึกว่าไม่สวยดูบ้าง
มีคนบอกว่าฉันสวยแล้ว
แต่มันมีความหมายอะไรกับเธอล่ะ
มองไปในกระจก ใครที่อยู่ในนั้นน
ผู้หญิงผมยาว
วันนี้ก็ฉันคนเก่าคนเดิมอีกแล้ว
       
 My outsides are cool
My insides are blue
Everytime I think I'm through
It's because of you
I've tried different ways
But it's all the same
At the end of the day
I have myself to blame
I'm just trippin'
ภายนอกฉันดูร่าเริงดี
ภายในฉันกลับเศร้าหมอง
ทุกครั้งที่ฉันคิดว่าฉันผ่านมันไปได้
นั่นก็เป็นเพราะเธอ
ฉันลองมาหลายทางแล้ว
แต่มันก็เหมือนเดิม
พอสิ้นสุดวัน
ฉันก็ได้แต่ตำหนิตัวเอง
ฉันแค่รู้สึกหงุดหงิด

 You can buy your hair if it won't grow
You can fix your nose if you say so
You can buy all the make up that M.A.C. can make
But if you can't look inside you
Find out who am I to
Be in a position to make me feel so
Damn unpretty
เธอจะไปต่อผมก็ได้ถ้าผมมันไม่ขึ้น
เธอจะไปทำจมูกก็ได้ถ้าอยากจะทำ
เธอจะกว้านซื้อเครื่องสำอางของ M.A.C. ให้หมดเลยก็ได้ (M.A.C. เป็นยี่ห้อเครื่องสำอางค่ะ)
แต่ถ้าเธอยังไม่สามารถมองเข้าไปข้างในตัวเธอ
ค้นหาว่าฉันเป็นใคร
อยู่ในที่ที่ทำให้ฉันรู้สึก
ไม่สวยเอามากๆ

 I feel pretty
Oh so pretty
I feel... pretty and witty and bright
ฉันรู้สึกสวย
โอ้ สวยจังเลย
ฉันรู้สึก... สวยและฉลาดและสดใส
Never insecure until I met you
Now I'm bein' stupid
I used to be so cute to me
Just a little bit skinny
Why do I look to all these things
To keep you happy
Maybe get rid of you
And then I'll get back to me
ฉันไม่เคยรู้สึกมั่นคงเลยตั้งแต่ได้เจอเธอ
ตอนนี้ฉันกำลังโง่เง่า
ฉันเคยมองว่าตัวเองน่ารัก
แค่ผอมไปนิดนึง
ทำไมฉันถึงต้องสนใจเรื่องพวกนี้
เพื่อให้เธอมีความสุข
หรือฉันอาจจะหนีห่างจากเธอ
และก็กลับมาเป็นฉันคนเดิม
My outsides look cool
My insides are blue
Everytime I think I’m through
It’s because of you
I’ve tried different ways
But it’s all the same
At the end of the day
I have myself to blame
Keep on trippin’
ภายนอกฉันดูร่าเริงดี
ภายในฉันกลับเศร้าหมอง
ทุกครั้งที่ฉันคิดว่าฉันผ่านมันไปได้
นั่นก็เป็นเพราะเธอ
ฉันลองมาหลายทางแล้ว
แต่มันก็เหมือนเดิม
พอสิ้นสุดวัน
ฉันก็ได้แต่ตำหนิตัวเอง
ฉันก็ยังรู้สึกหงุดหงิดอยู่นั่นเอง
You can buy your hair if it won’t grow
You can fix your nose if he says so
You can buy all the make-up that M.A.C. can make
But if you can’t look inside you
Find out who am I to
Be in a position to make me feel so damn unpretty
I feel pretty
Oh so pretty
I feel pretty and witty and bright
And I pity any girl who isn't me tonight
ฉันรู้สึกสวย
โอ้ สวยจังเลย
ฉันรู้สึก... สวยและฉลาดและสดใส
และฉันก็สงสารผู้หญิงที่ไม่ใช่ฉันในคืนนี้
I feel pretty (You can buy your hair if it won’t grow)
Oh so pretty (You can fix your nose if he says so)
I feel pretty and witty and bright (You can buy all the make-up that M.A.C. can make)
But if you can’t look inside you
Find out who am I to
Be in a position to make me feel so damn unpretty


I feel pretty...
But unpretty
edit @ 13 May 2011 15:59:11 by rilakyii  ขอบคุณผู้แปลมากๆค่ะ ^/\^




วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2555

คำคมดีๆ...ที่น่าจดจำ..นำไปใช้กับชีวิต...

ไม่มีอะไรที่คงทนถาวรเลยสักอย่างในโลกที่โหดร้าย แม้กระทั่งความทุกข์ของชีวิต

 ชีวิตคนเราสั้นเกินกว่าที่จะเสียเวลาให้กับคนที่พรากความสุขไปจากเรา

บางครั้งคนเราก็ต้องลบลืมคนบางคนในอดีต เพราะเหตุผลง่าย ๆ เหตุผลเดียว นั่นคือ.. ใครคนนั้นจะได้ไม่อยู่ในอนาคตของเรา 

การเป็นโสดไม่ได้หมายความว่าคุณอ่อนแอ แต่มันหมายความว่าคุณเข้มแข็งพอที่จะรอในสิ่งที่คุณคู่ควรต่างหาก

 คนที่มีความสุขที่สุด ไม่ใช่คนที่ "มี" ทุกอย่างในชีวิตดีที่สุด แต่คือคนที่สามารถ "ทำ" ทุกอย่างในชีวิตให้ดีที่สุด

 มีแค่คนไม่กี่คนเท่านั้นที่เข้ามาในชีวิตคุณเหมือนเป็นพรจากสวรรค์ ส่วนคนอื่น ๆ นั้น เข้ามาเพื่อให้บทเรียน

อย่าแต่งงานกับผู้ชายคนไหน จนกว่าจะแน่ใจว่าคุณจะรู้สึกภูมิใจถ้าวันหนึ่งมีลูกชายเป็นเหมือนเขา






               และ นี่ก็คือคำคมชีวิตดี ๆ ทั้งหมดที่เรานำมาฝากให้นำไปขบคิดกัน และเผลอ ๆ มันอาจจะยึดเป็นคติประจำใจของใครหลาย ๆ คนได้ด้วย........
                                                                  

                           ............บทความจากกระปุกและภาพจากpinterest.com